หน้าแรก | กิจกรรม/ข่าวสาร

“รอบรั้วอาหารอนาคตโลกและประเทศไทย”


2.1 รอบรั้วอาหารอนาคตโลก 

2.1.1 BIOFACH 2018 งานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์ระดับโลก 

ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย รวมไปถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจในสินค้าเกษตรอินทรีย์-ออร์แกนิก ต่างก็มารวมตัวกันที่งาน BIOFACH ที่จัดขึ้นที่เมืองนูเรมเบิร์กโดยภายในงานได้รวบรวมสินค้าออร์แกนิคมากมายจากทั่วโลกเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด ผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม ชีส ผักและผลไม้ สินค้าอบแห้ง ถั่วต่าง ๆ และของหวาน ไปจนถึงเครื่องดื่ม กว่า 700 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งในปี 2018 จัดแสดงระหว่างวันที่ 14 – 17 กุมภาพันธ์ มีผู้สนใจเข้าร่วมชมงานแสดงสินค้ามากถึง 50,000 คน จาก134 ประเทศ และมีผู้ประกอบการร่วมตั้งคูหาแสดงสินค้ามากถึง 3,218 ราย จาก 93 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้งาน BIOFACH ยังมีความโดดเด่นในฐานะสถานที่พบปะของผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลก ที่จะเดินทางมาร่วมกันแลกเปลี่ยน และมอบความรู้ให้กับผู้ชมในงานอีกด้วย โดยภายในงานมีการจัดงานสัมมนาพิเศษเกี่ยวกับสินค้าเกษตรอินทรีย์มากมาย หัวข้อที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้เข้าร่วมงานมากเป็นพิเศษคือ งานสัมมนาในหัวข้อ “ความเป็นมาและอนาคตของสินค้าเกษตรอินทรีย์” ซึ่งมีประเด็นหลัก ๆ ที่ได้รับการหยิบยกมาพูดคุยคือ การเล่าถึงความเป็นมาและการพัฒนาของสินค้าออร์แกนิคต่าง ๆตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมไปถึงข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่ควรได้รับการพัฒนาและแก้ไข รวมไปถึงความเป็นไปได้และศักยภาพของสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่สามารถนามาต่อยอดแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า และเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้าในหมวดหมู่นี้ ทั้งนี้จุดประสงค์หลักของงานสัมมนาพิเศษนี้ คือการชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้าเกษตรอินทรีย์ ในการนำมาพัฒนาร่วมกับนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้าในท้องตลาด

นอกจากนี้ยังมีการประชุมหารือภายใต้หัวข้อ “Next Generation” ซึ่งเป็นแนวคิดที่จะส่งผ่านแบบแผนการทำธุรกิจในตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์จากนักธุรกิจรุ่นเก่าสู่นักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่ Generation Y และ Z (กลุ่มคนที่เกิดในระหว่างปีพ.ศ.2523 - 2540 และ พ.ศ. 2540 ถึงปัจจุบัน) โดยมีการบรรยายถึงแนวทางการริเริ่มธุรกิจ Startup และก้าวแรกของการเข้าสู่ตลาดสินค้า

ออร์แกนิคที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น 

ไปจนถึงวัยรุ่นยุคใหม่ นาย Petra Wolf สมาชิกผู้บริหารบริษัท NürnbergMesse จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดงาน BIOFACH กล่าวถึงความสำเร็จของงานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์และสินค้าธรรมชาติ BIOFACH ในปีนี้อย่างภาคภูมิใจว่า “นอกจากสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพสูงจากทั่วโลก ที่ถูกนำมาจัดแสดงและจัดจำหน่ายภายในงาน BIOFACH ในปีนี้แล้ว สิ่งที่น่าประทับใจภายในงานครั้งนี้คือ ความร่วมมือร่วมใจของผู้ประกอบการ ที่ร่วมกันแสดงความหลากหลายของสินค้าเกษตรอินทรีย์ ร่วมกับนวัตกรรม และโครงการพัฒนา ที่มีความสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด Next Generation ผู้ประกอบการและผู้ร่วมงาน BIOFACH ทุกท่าน ต่างก็มีความทะเยอทะยานและความรักในการร่วมกันพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์”

ปี 2561 ประเทศไทยจะมีการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าอินทรีย์และสินค้าธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ชื่องาน Organic Expo – BIOFACH Southeast Asia และ NATURAL EXPO Southeast Asia ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับบริษัท NürnbergMesse จำกัด (NM) ประเทศเยอรมนี ผู้จัดงาน BIOFACH โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการจัดงานเข้าสู่มาตรฐานสากล และให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในอาเซียน


2.1.2 สาหร่าย วัตถุดิบสำหรับอนาคต


สาหร่ายกำลังเป็นวัตถุดิบที่กำลังเป็นที่ต้องการและน่าจับตามองเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย นอกจากจะนำมารับประทาน หรือนำไปเป็นอาหารปลาแล้ว สาหร่ายยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง ยา อาหารเสริม ได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านจึงให้ความเห็นตรงกันว่า สาหร่ายจะเป็นวัตถุดิบที่จะมีความสำคัญเป็นอย่างมากในอนาคต เนื่องจากเจริญเติบโตรวดเร็ว และให้พลังงานโปรตีนสูง

ในขณะนี้บริษัท Startup ในประเทศเยอรมนีเองก็ได้เริ่มหันมาสนใจตลาดอาหารเสริมจากสาหร่ายแล้วเช่นกัน นาง Niederl-Schmidinger ผู้พัฒนาเครื่องดื่มสกัดจากสาหร่ายที่มีชื่อว่า Helga ให้สัมภาษณ์กับสำนักพิมพ์ Stern เกี่ยวกับการนำสาหร่ายมาเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพนี้ว่า “ทางบริษัทของเรามีความมั่นใจว่า สาหร่ายคืออาหารที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในอนาคต พวกเราพัฒนาสาหร่ายให้ออกมาในรูปแบบของเครื่องดื่ม แทนที่จะเป็นอาหารเสริมแบบเม็ด เพราะต้องการให้ผู้คนเห็นว่าอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นของทานง่าย และสามารถทานได้ทุกวัน มิใช่เป็นยาที่ต้องทานเพื่อรักษาโรคบางอย่าง” นอกจากนี้นาง Niederl-Schmidinger ยังออกความเห็นอย่างมั่นใจเกี่ยวกับสาหร่าย ในฐานะอาหารสำหรับอนาคตเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “พื้นฐานในการอยู่รอดของทุกสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือสัตว์ต่าง ๆ คือพืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่เป็นพื้นฐานของอาหารทุกประเภทด้วยเช่นกัน ภายในปี 2050 ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 10.5 พันล้านคน สาหร่ายจะกลายเป็นวัตถุดิบที่สำคัญเนื่องจากมีการเจริญเติบโตรวดเร็วกว่าพืชบนดินอื่นๆ ถึง 10 - 20 เท่าตัว พื้นที่เพาะปลูกบนดินจะลดน้อยลงเนื่องจากประชากรโลกที่เพิ่มมากขึ้น สาหร่ายซึ่งสามารถเพาะปลูกในน้ำได้ จึงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการเพาะปลูกในอนาคต อีกทั้งสาหร่ายยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายอีกด้วย”

สาหร่ายเริ่มอยู่ในความสนใจของผู้ประกอบการ และนักวิจัยหลาย ๆ ท่าน ในฐานะสารอาหารทางเลือก อาทิเช่น อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ หรือในการน ามาเป็นวัตถุดิบในการผลิตเนื้อสัตว์เทียม โดยในขณะนี้ทั้งในประเทศเยอรมนี และประเทศออสเตรีย ก็ได้มีการดำเนินการสร้างโรงงานผลิตสาหร่ายเพื่อการอุตสาหกรรมขยายใหญ่แล้ว เพื่อรองรับต่อความต้องการซื้อของผู้ประกอบการ ที่ต้องการนำสาหร่ายไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบส าหรับสินค้าต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าการเติบโตของธุรกิจการค้าสาหร่ายเป็นไปในทิศทางบวก และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้

ผลิตภัณฑ์สาหร่ายจากประเทศไทยเองก็มีคุณสมบัติ และคุณภาพดีไม่แพ้ชาติอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาหร่ายทอดกรอบที่มาในลักษณะของขนมทานเล่น แผ่นมาร์กหน้า หรือเครื่องประทินผิวที่มีส่วนผสมของสาหร่าย อาหารเสริมจากสาหร่าย หรือแม้แต่เส้นบะหมี่จากสาหร่าย

(จัดทำข้อมูลโดย ditp.go.th (2018) ที่มา: www.neues-deutschland.de, www.Volkstimme.de)

2.2 รอบรั้วอาหารอนาคตประเทศไทย